ผยภาพพระพุทธรูปแห่งบามิยันในอัฟกานิสถาน ก่อนถูกตาลีบันทำลาย

เหากพูดถึงประเทศอัฟกานิสถานแล้ว หลายๆ คนคิดถึงสงคราม และการสู้รบกันมาอย่างยาวนานในการช่วงชิงอำนาจปกครองเหนือดินแดนแห่งนี้ ซึ่งฉากหลังของสงคราในอัฟกานิสถานนั้น แท้จริงแล้วที่นี่คือดินแดนที่มีความสำคัญต่อหลายๆ ศาสนาหลักของโลก ไม่ว่าจะเป็นศาสนาอิสลาม หรือศาสนาพุทธ

หากถามว่าดินแดนอัฟกานิสถานมีความสำคัญต่อศาสนาพุทธอย่างไร เราจะขอพาทุกคนไปกันที่จังหวัดบามิยัน เมืองที่ตั้งอยู่ในหุบเขาบามิยัน ห่างจากกรุงคาบูลเมืองหลวงของประเทศไปประมาณ 230 กิโลเมตร ในจังหวัดแห่งนี้คือสถานที่ตั้งของพระพุทธรูปแห่งบามิยัน และกลุ่มพระพุทธรูปหลายองค์ ที่แกะสลักลงบนหน้าผาและถ้ำของหุบเขาบามิยัน

ตามตำนานกล่าว่า เมืองบามิยันแห่งนี้แต่เดิมเป็นพื้นที่ที่เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายไหม ที่เชื่อมต่อการค้าระหว่างฝั่งเอเชียและฝั่งยุโรปเมื่อครั้งอดีต จึงทำให้มีการค้นพบเศษซากทางด้านอารยธรรมที่หลากหลายมากมายในบามิยัน ทั้งศาสนสถานทางพุทธและฮินดูเป็นจำนวนกว่า 1,000 แห่ง ซึ่งเชื่อกันว่าที่เมืองนี้คือจุดศูนย์กลางของพระพุทธศาสนาก่อนที่ศาสนาอิสลามจะเข้ามามีอิทธิพลในช่วงพุทธศตวรรษที่ 13

โดยศาสนสถานที่มีความสำคัญที่สุดที่ถูกค้นพบนั่นก็คือพระพุทธรูปที่แกะสลักอยู่บนหน้าผาของหุบเขาบามิยันทั้ง 3 องค์ และเป็นพระพุทธรูปแกะสลักลงบนหน้าผาที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ถูกค้นพบด้วย

ซึ่งจากการสืบค้นทางประวัติศาสตร์เชื่อกันว่าการก่อสร้างพระพุทธรูปทั้งหมดนี้สร้างขึ้นโดยพระเถระละราชวงศ์คุปตะแห่งอินเดีย ตามภาพวาดที่มีการถูกค้นพบภายในถ้ำเป็นศิลปะแบบราชวงศ์คุปตะนั่นเอง และเมื่อพระถังซำจั๋งได้เดินทางไปชมพูทวีปในปี พ.ศ. 1173 ท่านได้กล่าวว่าพระพุทธรูปนั่นเหลืองอร่ามไปด้วยทองคำ และมีพระสงฆ์กว่า 1,000 รูปอาศัยอยู่ที่นี่

หลังจากผ่านประวัติศาสตร์แห่งการสู้รบมายาวนานกว่า 1,600 ปี พระพุทธรูปแห่งบามิยันก็ถึงวันต้องล่มสลายลงจากการสั่งการให้ทำลายองค์พระพุทธรูปทิ้งของกองทัพตาลีบันในปีพ.ศ.2544 โดยให้เหตุผลว่าการบูชาเทวรูปอื่นๆ นอกจากพระเจ้าของศาสนาอิสลามนั้นเป็นการผิดหลักศาสนา จึงทำให้ศาสนาสถานสำคัญที่มีความเก่าแก่และเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวพุทธทั่วโลกต้องพังทลายลงแต่แต่เพียงเศษซากแห่งประวัติศาสตร์มาจนถึงทุกวันนี้